"เมนูออนไลน์ฟังดูดี — แต่มันเพิ่มยอดขายได้จริงเหรอ?" บทความนี้เขียนมาเพื่อตอบคำถามนี้ ไม่ใช่ด้วยสโลแกนการตลาด แต่ด้วยจิตวิทยาลูกค้าและความเป็นจริงของการเปิดร้าน

คำตอบตรงๆ ใช่ มันขยับได้ และจะขยับแค่ไหน ขึ้นกับวิธีใช้เป็นอย่างมาก แค่ก็อปปี้เมนูกระดาษขึ้นเน็ตแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนอะไร สิ่งที่ทำให้ยอดขายขยับจริงคือ 5 คันโยกที่มีเฉพาะเวอร์ชันออนไลน์เท่านั้น

1 · รูปภาพสร้าง "ความน่าจะสั่ง"

รายการที่มีแต่ตัวหนังสือ กับรายการที่มีรูป ถูกสั่งด้วยอัตราที่ต่างกัน ลูกค้าตัดสินใจเร็วกว่าเมื่อเห็นหน้าตาจริงของอาหาร และเมื่อมีตัวเลือกเท่ากัน จะเอนไปทางที่มีรูป

คำถามจริงคือ รายการไหน ที่จะใส่รูป จัดลำดับความสำคัญให้กับเมนู signature และรายการที่คุณอยากขายมากขึ้นเมื่อเทียบกับมาร์จิ้น เครื่องดื่มประจำที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว (อเมริกาโนธรรมดา) ปล่อยไว้เป็นตัวหนังสือก็ไม่เสียหายมาก

จากหน้างาน — รูป 3-5 รูปที่ถ่ายดี ก็เพียงพอ เป้าหมายไม่ใช่ 20 รูป แต่คือ 5 รูปสะอาดของสิ่งที่อยากขาย

2 · การวางราคาแบบ Anchoring — เมนูพรีเมียมยกทั้งเมนู

ถ้ามีเมนู signature ราคา 450 บาทบนเมนู ลาเต้ 120 บาทเริ่มดู "สมเหตุสมผล" นี่เรียกว่า การวางราคาแบบ Anchoring ลูกค้าตัดสินด้วยราคาเชิงสัมพัทธ์ ไม่ใช่แบบสัมบูรณ์

เมนูกระดาษล็อกการจัดวางเมื่อพิมพ์แล้ว ออนไลน์ให้ ทดลองรายสัปดาห์ ย้ายเมนูพรีเมียมขึ้นบนสุด แล้วดูว่าเมนูราคากลางเพิ่ม 15% ไหม ยืนยันด้วยข้อมูล แล้วค่อยตัดสิน นี่คือข้อได้เปรียบของออนไลน์

จากหน้างาน — เมนูพรีเมียมไม่ต้องขายเยอะก็ได้ แค่เป็นตัวยึดก็พอ ยกที่เหลือได้แล้ว

3 · "หมด" แบบเรียลไทม์ — ปกป้องยอดที่หาได้แล้ว

ข้อนี้ไม่ใช่การเพิ่มยอด แต่คือการไม่เสียยอด เมนูกระดาษยังแสดงสิ่งที่หมดตั้งแต่เช้าอยู่ พอลูกค้าอยากสั่งแล้วโดนบอกว่า "ไม่มี" ความผิดหวังนั้นสะท้อนไปที่อัตรากลับมา

ออนไลน์สลับเป็นหมดได้ตรงนั้น ลูกค้าจะไม่เห็นเลย หรือเห็นเป็นสีเทาชัดเจน ไม่มีความคาดหวังผิดพลาด ไม่มีความผิดหวัง

จากหน้างาน — ปลูกฝังนิสัยตอนปิดร้าน "พรุ่งนี้เช้าเปิดใหม่" ในแอปเจ้าของ 5 วินาที

4 · หลายภาษาอัตโนมัติ — เปลี่ยน "นักท่องเที่ยวเดินผ่าน" เป็นยอดขาย

ย่านท่องเที่ยว ย่านสำนักงาน ใกล้มหาวิทยาลัย ใกล้สนามบิน ถ้ามีลูกค้าต่างชาติเดินเข้ามาบ้างทุกวัน คันโยกนี้น่าจะใหญ่ที่สุด

ลูกค้าต่างชาติมองเมนูที่อ่านไม่ออก มักไม่สั่งเลย — หรือเลือกที่ปลอดภัยที่สุด (= ถูกที่สุด) พอเมนูขึ้นเป็นภาษาของเขา เขาลองมากขึ้น และยอดต่อคนขึ้นชัดเจน

จากหน้างาน — ดูตำแหน่งร้านและกลุ่มลูกค้าจริง เปิดภาษาอังกฤษ บวก 2-3 ภาษาที่เข้ากับพื้นที่ ไม่ต้องเปิด 20 ภาษาพร้อมกัน

5 · ประกาศ — ยิงโปรโมชั่น "ตอนนี้เดี๋ยวนี้"

เมนูใหม่ ลิมิเต็ดฤดูกาล ลาเต้ 20% off หลัง 4 โมงเย็น — ไม่มีอันไหนใส่กระดาษได้ บล็อกประกาศของเมนูออนไลน์แสดงด้านบนตอนลูกค้าสแกน QR

60 วินาทีตอนเช้าก็พอที่จะเปลี่ยนตัวเลข "เมล็ดวันนี้ Yirgacheffe", "ลาเต้อบเชยสำหรับวันฝนตก" — ประโยคสั้น ๆ เปลี่ยนการตัดสินใจซื้อได้

จากหน้างาน — ประกาศไม่เกิน 3 อัน มากกว่านั้นลูกค้าเลื่อนผ่าน และประกาศเก่าต้องเอาลง — ไม่มีอะไรทำลายความเชื่อใจเร็วกว่าประกาศหมดอายุ

สรุป

เมนูออนไลน์เพิ่มยอดขายของคุณได้ไหม ขึ้นอยู่กับวิธีใช้ ถ้าปฏิบัติเหมือนแค่สำเนาดิจิทัลของกระดาษ ไม่ค่อยเปลี่ยน กดคันโยกทั้ง 5 — รูป การจัดวาง ของหมด ภาษา ประกาศ — แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงใน 3 เดือน

คันโยกที่ใหญ่ที่สุดต่างกันตามร้าน ย่านท่องเที่ยว: หลายภาษา ลูกค้ารุ่นใหม่: รูปและประกาศ ต้นทุนไวต่อการเปลี่ยนแปลง: Anchoring และการจัดการของหมด เวลาที่คุณใช้หาคันโยกของตัวเองคือยอดขาย

เริ่มเลย 5 นาทีก็เริ่มได้